สัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าสุนัขอาจไม่สบาย ควรพาไปหาหมอเมื่อไหร่
ซึม เบื่ออาหาร ขับถ่ายผิดปกติ อาเจียน ไอ หรือมีไข้ คือสัญญาณที่เจ้าของสังเกตได้ก่อนใคร พี่หมอรวบรวมสิ่งที่ควรจับตาในแต่ละวัน และอาการแบบไหนที่ต้องมาโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ

คำตอบสั้นๆ: สัญญาณที่บ่งบอกว่าสุนัขอาจไม่สบายที่พบบ่อย ได้แก่ ซึมผิดปกติ เบื่ออาหาร ขับถ่ายผิดปกติ อาเจียน ไอหรือหายใจลำบาก และมีไข้ หากมีอาการรุนแรงหรือต่อเนื่องเกิน 24-48 ชั่วโมง ควรพาไปพบสัตวแพทย์
น้องหมาสื่อสารกับเราไม่ได้ด้วยคำพูด สิ่งที่เจ้าของสังเกตได้ดีที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและร่างกาย พี่หมอขอรวบรวมสัญญาณที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

1. ซึม
สัตว์เลี้ยงเวลาที่มีภาวะการป่วย ไม่สบายตัว เราสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงสัตว์เลี้ยงของเรา ที่ปกติร่าเริง ชวนเราเล่นสนุก วิ่ง กระโดด อยู่ๆวันนึงไม่เป็นแบบที่เคย กลับกลายเป็นว่า หลบซ่อนตัว นอนเยอะขึ้น ไม่กระฉับกระเฉง ตอบสนองลดลง เช่น ต่อเสียงเรียกของเรา ทั้งนี้อาการจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะที่เป็น และอาจส่งผลมาจากอายุที่แก่ลงของตัวสัตว์เอง
2. เบื่ออาหารหรือกินน้อยลง
อาหารที่เคยกินจนหมดเกลี้ยง หรือขนมที่เคยคอยและกินจนหมดชิ้น แต่วันนึงกลับแค่ดมแล้วเดินจากไปหรือปฏิเสธสิ่งเหล่านั้น อาจบ่งบอกภาวะการป่วย เครียด หรือไม่สบายตัวของสัตว์เลี้ยงได้ ซึ่งอาจจะต้องแยกจากภาวะอื่นๆด้วย เช่น อากาศร้อน หรือ เป็นสัด ทั้งยังสามารถส่งผลกระทบทำให้น้ำหนักลดลงตามมาอีกด้วย
3. ขับถ่ายผิดปกติ
หากบริเวณที่สัตว์เลี้ยงของเราขับถ่ายเป็นประจำหรือใกล้เคียง พบความผิดปกติต่างไปจากเดิม ทั้งในส่วนของอุจจาระและปัสสาวะ ทั้งในส่วนของสี ลักษณะ กลิ่น ความถี่ หรือแม้กระทั่งท่าทางที่เปลี่ยนไป รวมถึงระยะเวลาที่นานขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และจำเป็นต้องรีบพาไปให้สัตวแพทย์วินิจฉัย เพื่อลดโอกาสที่จะทำให้ภาวะเหล่านั้นรุนแรงมากขึ้น
4. อาเจียน
ในบางครั้งเราอาจจะพบและสับสนภาวะที่สัตว์เลี้ยงมีอาการสำรอก หรือ อาเจียน ทั้งนี้ลักษณะของสิ่งที่ออกมา ความถี่ สัมพันธ์กับการกินอาหารหรือไม่ รวมถึงข้อสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงของเราชอบกัด แทะ หรือกินสิ่งแปลกปลอมบ้างไหม เป็นข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัย เมื่อเราพบอาการเหล่านี้และพาสัตว์เลี้ยงมาพบสัตวแพทย์

5. ไอหรือหายใจผิดปกติ
การหอบหรือหายใจเร็ว (นอกเหนือจากหลังออกกำลังกาย ร้อนและตื่นเต้น) การไอแห้ง ไอคล้ายพยายามขับเสมหะออกมา การใช้ช่องท้องหายใจ หายใจกระแทก อ้าปากยืดคอหายใจ หรือการพบว่ามีการม่วงคล้ำที่เหงือกและลิ้น หากพบภาวะเหล่านี้แนะนำให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมีสาเหตุมาจากทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจได้อีกด้วย
6. มีไข้
หากในระหว่างที่เราใช้เวลาร่วมกับสัตว์เลี้ยง เราได้จับร่างกายของสัตว์เลี้ยง เช่น ด้านในใบหู แล้วพบว่าอุ่นหรือร้อนกว่าปกติ หรือส่วนท้อง (อาจจะแปรผันต่อสภาพแวดล้อมได้) ทั้งนี้สิ่งที่ดีและแม่นยำที่สุดคือการใช้ปรอทวัดไข้เสียบวัดที่บริเวณรูทวาร ซึ่งหากพบว่าสูงเกินกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ (สุนัข: มากกว่า 39.5 องศาเซลเซียส, แมว: 40 องศาเซลเซียส) จะบ่งชี้ถึงภาวะความผิดปกติของสัตว์เลี้ยงเราได้ มีข้อแม้ว่าหากวิ่งหรือทำกิจกรรมกลางแดดมาควรพักสัตว์เลี้ยงก่อนที่จะวัดอุณหภูมิ
เมื่อไหร่ที่ควรมาโรงพยาบาลทันที
หากพบว่าน้องหมาหมดสติ ชัก ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก หายใจลำบากรุนแรงและถี่ เยื่อเมือกเขียว ซีด อาเจียน/ท้องเสียมากกว่า 3 ครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ แม้กระทั่งถ่ายเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออกเกิน 12 ชั่วโมง ควรพามาตรวจฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอ
พี่หมอแนะนำให้เจ้าของสังเกตน้องหมาเป็นประจำทุกวัน เพราะความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่จับได้เร็ว มักช่วยให้การดูแลง่ายขึ้นมาก หากไม่แน่ใจว่าอาการที่เห็นอยู่ในระดับไหน ที่ Hug & Heal เรามีทีมสัตวแพทย์พร้อมให้คำปรึกษานะครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q: สุนัขซึมแค่ไม่กี่ชั่วโมง ต้องรีบพาไปหาหมอเลยไหม?
A: หากซึมร่วมกับอาการอื่น เช่น ไม่กินอาหาร หรืออาเจียน ควรสังเกตใกล้ชิดและพามาตรวจถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง หรือพบอาการหนักขึ้นทุกชั่วโมง ควรต้องรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
Q: อาการแบบไหนที่ถือว่าฉุกเฉินสำหรับสุนัข?
A: หมดสติ ชัก ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก หายใจลำบากรุนแรงและถี่ เยื่อเมือกเขียว ซีด อาเจียน/ท้องเสียมากกว่า 3 ครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ แม้กระทั่งถ่ายเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออกเกิน 12 ชั่วโมง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ควรมาโรงพยาบาลทันที
